ผู้เขียน หัวข้อ: กำเนิดพระธาตุขามแก่นปูชนียสถานตำนานเมืองขอนเเก่น  (อ่าน 648 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

@นนท์ อินดี้@

  • อย่ากลัวล้มทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มเดิน
  • Global Moderator
  • ******
  • กระทู้: 32
  • Karma: +0/-0
  • Imagination Is More Important Than Knowledge.
    • ดูรายละเอียด
    • www.EsanIndy.com
กำเนิดพระธาตุขามแก่นปูชนียสถานตำนานเมืองขอนเเก่น

เพื่อนๆหลายๆคนที่มีโอกาสได้มาเที่ยวที่จังหวัดขอนเเก่น จะมีสักกี่คนที่จะรู้ประวัติความเป็นมาของเมืองสำคัญเเห่งนี้ เเละคำว่าขอนเเก่นมาได้ยังไง วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆมาดูประวัติความเป็นมากันครับ

หลังจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หลังจากการถวายพระเพลิงพระสรีระ ณ เมืองกุสินาราเสร็จแล้ว พระบรมสารีริกธาตุได้ถูกนำไปประดิษฐานไว้ในสถานที่ต่าง ๆ คือ พระสารีริกธาตุกระโยงหัว (กระโหลกศีรษะ) ฆะฏิการพรหมนำไปไว้บนเทวโลก, พระธาตุเขี้ยวหมากแง (พระเขี้ยวแก้ว) พระอินทร์นำไปไว้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงษ์,พระธาตุกระดูกด้ามมีด (พระรากขวัญ ) พระยานาคนำไปไว้เมืองบาดาล

ครั้งต่อมาโมริยกษัตริย์เจ้านครโมรีย์ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา) ทราบข่าวล่าช้าเพราะอยู่ห่างไกลจากดินเเดนชมพูทวีปมากนักจึงทำให้การเดินทางมาถึงช้า จึงได้แต่พระอังคารธาตุ (ฝุ่น) ไปประดิษฐานไว้ที่เมืองของตน ล่วงมาได้ 3 ปี พระมหากัสสปะเถระเจ้า (ผู้มีธุดงค์มาก) พร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ได้นำเอาพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนอก) มายังดินเเดนสุวรรณภูมิ ไปประดิษฐานไว้ ณ ภูกำพร้า (พระธาตุพนมในปัจจุบัน) เมื่อพระยาหลังเขียว โมริยกษัตริย์ได้ทราบข่าว พร้อมด้วย พระอรหันต์ยอดแก้ว, พระอรหันต์รังษี, พระอรหันต์คันที และไม่ปรากฏชื่ออีก 6 องค์ จึงเดินทางพร้อมอัญเชิญเอาพระอังคารธาตุเพื่อไปบรรจุไว้ในพระธาตุพนมด้วย ระหว่างทางได้มาถึงพื้นที่แห่งหนึ่ง (ที่ตั้งของพระธาตุขามแก่นในปัจจุบัน) เป็นที่ดอน ราบเรียบ มีห้วยสามแยก น้ำไหลผ่านรอบดอน ยังมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่นอยู่ต้นหนึ่ง


ขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำพอดี จึงได้พักแรมที่นี่ และนำเอาพระอังคารธาตุไปวางพักไว้บนแก่นของต้นมะขามที่ตายแล้วดังกล่าว พอรุ่งเช้าทั้งคณะก็เดินทางมุ่งหน้าสู่สถานที่ก่อสร้างพระธาตุพนมต่อไป

พอไปถึงปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว ไม่สามารถนำพระอังคารธาตุบรรจุลงไปในพระธาตุได้อีก จึงจำต้องนำเอาพระอังคารธาตุนั้นกลับเมืองของตน ตามเส้นทางเดิม เมื่อมาถึงดอนมะขามซึ่งเคยเป็นที่พักแรม ครั้งก่อน ได้เห็นต้นมะขามใหญ่ที่เคยล้มตายเหลือแต่แก่นนั้นกลับผลิตดอก ออกผล แตกกิ่งก้านสาขามีใบเขียวชะอุ่มแลดูงามตาเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก อาจจะเป็นด้วยเทพเจ้าแสร้งนิมิต หรือด้วยอำนาจอภินิหารของพระอังคารธาตุก็มิอาจรู้ได้ จึงพร้อมใจกันก่อสร้างพระธาตุครอบต้นมะขาม และบรรจุพระอังคารธาตุของพระเจ้าไว้ภายในด้วย จึงเรียกชื่อพระธาตุนี้ว่า "พระธาตุขามแก่น"

หลังจาการก่อสร้างพระธาตุเสร็จแล้ว พระยาหลังเขียวโมริยกษัตริย์พร้อมด้วยบริวารได้สร้างบ้านแปลงเมืองอยู่ตรงนี้ และได้สร้างวัดให้เป็นที่พำนักของพระอรหันต์ทั้ง 9 องค์ ซึ่งมีวิหาร และพัทธสีมาเคียงคู่กับองค์พระธาตุสืบมา ครั้นกาลล้วงมาพระอรหันต์ทั้ง 9 องค์ก็ได้ดับขันธ์ปรินิพพาน ชาวเมืองนำเอาอัฐิธาตุของท่านบรรจุไว้ในพระธาตุองค์เล็ก ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออกของ อุโบสถในเวลานี้ ต่อมาประชาชนจึงเรียกพระธาตุองค์ใหญ่ว่า ครูบาทั้งเก้าเจ้ามหาธาตุ ส่วนพระธาตุองค์เล็กเรียกว่า ครูบาทั้งแปด
จนถึงปี พ.ศ.2332 เพี้ยเมืองแพน เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ซึ่งได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บึงบอน หรือบ้านเมืองเก่าบริเวณ อ.เมืองขอนแก่นปัจจุบัน จึงได้นิมิตนามเมืองนี้ว่า "ขอนแก่น" อันเป็นชื่อเมืองภายในเจดีย์ นอกจากพระธาตุแล้ว ยังได้บรรจุคัมภีร์นวโลกุตตรธรรม และคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า "บวรหคุณ" ไว้อีกด้วย
บ่าวนนท์ อีสานอินดี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2012, 01:50:30 AM โดย esanindy »